อนุทิน ไปต่างประเทศไม่ได้

เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมการเปิดประเทศและรองรับการแพร่กระจาย CV19 ภาคกลาง ว่า ตามนโยบายเปิดประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เดินหน้าวิถีชีวิตของประชาชนให้กลับมาอย่างปกติคู่กับการควบคุม CV19 อย่างสมดุลกัน

ทั้งนี้ การจัดหาวัคซีนมีความเพียงพอสำหรับให้ประชาชน แต่พบว่ายังมีบางกลุ่มที่อาจเข้าไม่ถึงข้อมูล จึงยังลังเลที่จะมารับวัคซีน ใช้วิธีแยกตัวออกอยู่ที่บ้าน แต่จริงๆ แล้ว ก็มีคนในครอบครัวที่ต้องออกมาใช้ชีวิตพบปะคนนอกบ้าน ดังนั้น จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ช่วยรณรงค์ให้ประชาชนเข้ามารับวัคซีน โดย สธ.พร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเต็มที่

นายอนุทินกล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่มีประชากรมาก มีการเคลื่อนไหวของคนมาก ก็จะโอกาสที่พพบการติดมากกว่าจังหวัดอื่นที่ต่ำกว่า แต่ขออย่าน้อยใจ หากเห็นว่าตนและคณะผู้บริหาร สธ. เดินทางไปจังหวัดใด ก็นำวัคซีนไปเติมให้ นั่นไม่ใช่รางวัลแต่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขการแพร่กระจาย เพื่อควบคุมไม่ให้กระจายออกไป

ผมก็ปรึกษากับประธานที่ปรึกษาว่า จังหวัดอื่นจะน้อยใจหรือไม่ แต่ก็ไม่ใช่เช่นกัน จังหวัดอื่นจะต้องดีใจ ที่ไม่ต้องเอาวัคซีนเข้าไปเป็นพิเศษ แสดงให้เห็นถึงการควบคุมการแพร่กระจายได้ได้ดี เราจึงต้องทำความเข้าใจกับทุกจังหวัด วันนี้เรามีครบหมดแล้ว ทั้งศักยภาพ มีคนทำงาน และมีวัคซีน ประเทศไทยก็ดีเหมือนกัน ต้องขอบคุณทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล อย่าขี่ม้าตัวเดียว เอาวัคซีนหลายๆ ตระกูลมา สธ.เห็นว่าเป็นคำแนะนำที่ดี มีประโยชน์ เราก็เอามาทุกแซ่ ในเมื่อ CV19 เข้ามาหลายสาย พั น ธุ์ เราก็เอาวัคซีนทุกแซ่มารับมือ นายอนุทินกล่าว

นายอนุทินกล่าวอีกว่า คิดว่าขณะนี้ไทยเป็นประเทศเดียวที่เริ่มรับวัคซีนครั้งที่ 4 สำหรับผู้ที่จำเป็น เพราะวันนี้ไทยเปิดประเทศ ก็เพื่อให้กิจกรรมที่เคยเป็นปกติทั่วไป ได้กลับมา ไม่ใช่เพียงรับเข้ามาประเทศ แต่คนของเราก็ต้องออกไปค้าขาย ทั้งประชุม สัมมนา ท่องเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เร็วที่สุด บางประเทศโดยเฉพาะทางตะวันตก หลายประเทศยังไม่อนุญาตวัคซีนสูตรไขว้ หรือซิโนแวค หรือซิโนฟาร์ม เช่น ที่ตนต้องเดินทางไปร่วมงานประชุมกับองค์การอนามัยโลก ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่ยังไม่อนุญาตซิโนแวค 2 รอบ แม้ตนได้รับแอสตร้าเซนเนก้าเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ประเทศปลายทางกำหนดให้รับ 2 ครั้ง ก็ต้องเติมเป็นครั้งที่ 4

การที่ไทยรับวัคซีนที่เป็นการไขว้ สถานการณ์ตอนนั้น เราไม่มีการเดินทาง เราต้องทำเพื่อสร้างภูมิให้มากที่สุด แต่วันนี้ มีการเดินทางมากขึ้น เราต้องมีคู่วัคซีนที่เขารับ เช่น กระตุ้นด้วยแอสตร้าฯ 1 ครั้ง เราก็ต้องใส่ไปอีก 1 เป็น 4 ดังนั้น สธ.ต้องพร้อมที่จะให้ประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางไปต่างประเทศที่ยังไม่รับวัคซีนไขว้ เพื่อไม่ให้ปิดโอกาสตัวเอง นายอนุทินกล่าว นายอนุทินกล่าวว่า ขณะนี้วัคซีนยังไม่สามารถกำหนดว่าจะมีภูมิคุ้มกันนานแค่ไหน อาจจะ 12, 18 หรือ 24 เดือน แต่เมื่อมีการพิสูจน์ออกมาแล้ว ก็พร้อมจะฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสให้คนไทยจนกว่าจะปลอดภัย

ฉะนั้น CV19 จะอะไรเราไม่ได้ เราต้องกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติให้เร็วที่สุด เพื่อให้เราเปิดประเทศแล้วมูฟออนด้วยความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ขออย่าบอกว่าให้เราทำตามประเทศอื่น แต่เราต้องมั่นใจในตัวเอง เพื่อให้เป็นตัวอย่างประเทศอื่น ขอให้มั่นใจว่าเราทำดีอยู่แล้ว ไม่แพ้ประเทศอื่น เราพร้อมให้บริการ ความพร้อมของเวชภัณฑ์และความร่วมมือของประชาชน เป็นจุดแข็งของเราที่สามารถเป็นตัวอย่างได้ นายอนุทินกล่าวย้ำ

ขอบคุณ มติชนออนไลน์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *